en ไทย
Loading...

อุดมการณ์

ต่อจากนี้ผมจะเขียนและโพสข้อความเกี่ยวกับอุดมการณ์ลงเว็บไซต์เป็นระยะๆ :-))-ข้อความต่อไปนี้สามารถนำไปใช้ในใบปลิวได้ สามารถนำไปตัด ย่อได้หากมีความจำเป็น เรื่องราวของผมจะค่อนข้างยาวหน่อย แต่เพื่อให้ไม่เสียเวลา ผมขอเริ่มต้นเล่าเลยละกัน :-))

โลกยุคใหม่นี้ช่างโหดร้าย ไม่มีความเป็นมนุษย์ ไร้ซึ่งยุติธรรมและแบ่งแยก โลกที่ถูกครอบงำด้วยเม็ดเงิน และมันไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่หากมีไว้สำหรับคนจำนวนหนึ่งที่มีหน้าที่ผลิตเงิน สำหรับนายธนาคารและนักลงทุน เราปถุชนคนธรรมดากลายเป็นคนรับใช้คอยเฝ้าคฤหาสน์

มีอะไรบ้างที่อยู่เบื้องหลังสวัสดิการสังคม? ก็คนใช้แรงงานนั้นเอง แต่ว่าทำไมพวกนายธนาคาร ยังมีชีวิตที่ดีกว่าลูกจ้าง ร้อยเท่าพันเท่าล่ะ? ทำไมพวกขุดหาขุมน้ำมันมีอนาคตที่สดใสกว่า? พวกเขาทุกคนมีความสุขอยู่บนกองเงินกองทอง! เป็นเพราะพวกเขาทำงานหนักกว่าเราหรือเปล่า? ไร้สาระสิ้นดี!อย่าพูดเรื่องตลกออกมาเลย! พวกเขาก็ไม่เคยแม้กระทั่งผลิตอะไรออกมาจริงๆจังๆสักอย่าง ไม่มีแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่า แต่แล้วทำไม?

คุณไม่ทราบหรอ? ยิ่งไปกว่านั้นบางทีคุณเริ่มสงสัยในเรื่องความปรารถนาดีทั้งหมดขึ้นมาบ้างแล้วละสิ อ่านตรงนี้สิ “ก็...นายธนาคารและพนักงานมักจะทำงานกันอย่างหนักเหมือนผมและจอห์นนี่เพื่อนบ้านของผม อื้ม… แยกกันแทบไม่ออก ในธนาคารมีงานที่เกี่ยวกับธนาคารเงิน ความสัมพันธ์และการติดต่อผู้คนมากมาย แต่พวกเราแทบจะเทียบจอห์นนี่ไม่ติดเลยใช่ไหม ที่จริงไม่มีใครเทียบได้เลยต่างหาก ความจริงแล้วนายธนาคารนั้นกินดีอยู่ดีกว่าพวกเราเยอะ”

ไม่มีคำว่า”ธรรมชาติ”ที่นี่หรอก ประเด็นก็คือ ทุกคน เริ่มชินกับสถานการณ์เดิมๆ ที่พวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบ ดังนั้น ก็เป็นอย่างที่เห็นนายธนาคารจึงต้องมีชีวิตที่ดีกว่า ทั้งที่จริงแล้วไม่จำเป็นหรืออาจจะจำเป็นนะ!

แล้วทำไมล่ะ? ทั้งๆที่นายธนาคารทำงานน้อยกว่าแต่พวกเขากลับมีชีวิตที่ดีกว่า? ดีกว่าพนักงานหรือคนขุดแร่เสียอีก? อย่างไรก็ตามผมสังหรณ์ใจว่าคุณได้มีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว ก็เพราะ “นายธนาคารคือธนาคารและเงิน” ใช่แล้ว! เงิน! นี่แหละคือหัวใจสำคัญ และเรื่องที่เกี่ยวกับพวกเขา ก็ต้องเกี่ยวกับเงิน เราควรคุยกันในรายละเอียดต่อไป

สรุปว่า, เงินคืออะไรกันแน่? คุณเคยคิดถึงความหมายของมันหรือเปล่า? มันเป็นเครื่องมือในการคิดเลข หรือตัวชี้วัดของการใช้แรงงานกันแน่? ตั้งแต่เด็กหรือแทบจะตั้งแต่นอนอยู่ในแปลเราก็ถูกสอนว่า:
“เราต้องทำงาน ทำงานแล้ว ก็ทำงาน!... ไม่มีเงินที่ไหนจะหล่นลงมาจากฟ้า เราทุกคนควรมีความซื่อสัตย์ และหาเงินมันยากเย็นเหลือเกิน!... “บลา บลา บลา คุ้นหูหรือยัง? โฆษณาที่รังเกียจแสนคุ้นเคย บอกว่าวิธีการที่จะ อับราโมวิช(มหาเศรษฐีรัสเซียผู้มีอำนาจในฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอลอังกฤษ "เชลซี") ที่พูดอย่างตรงไปตรงมากับการหาเงินได้นับพันล้านของเขา พูดถึงวิธีการที่จะหาเงินมาได้อย่างตรงไปตรงมา จนคุณอาจจะขำจนท้องแข็ง :-)) V,

ใช่แล้วล่ะพวกเราทุกคนเกิดมาต้องทำงาน แต่อะไรคือสิ่งที่เราควรคาดหวังในบั้นปลายของชีวิตล่ะ? อาจจะเป็นเงินบำนาญก้อนเล็กๆสักก้อนหรือไม่ก็หิวมื้ออิ่มมื้อในยามแก่? ความยากจน...คุณใช้เวลาทั้งชีวิตทำงานเพื่ออำนาจ ซึ่งคุณก็ถูกริบอำนาจ พลังงาน รวมไปถึงสุขภาพ คุณถูกบีบเหมือนกับมะนาวที่ถูกเอาน้ำออกหลังจากนั้นก็ถูกโยนทิ้งไปที่ถังขยะ ถูกกระทำอย่างกับของใช้แล้วที่ไม่มีคนต้องการ แต่นี่คือความเป็นจริงในสังคมสมัยใหม่ นี่คือสิ่งที่เราควรคาดหวังไว้ในตอนบั้นปลายของชีวิต ทุกอย่างจะจบลง เหมือนกับที่มันเกิดกับคนส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ ทำไมล่ะ? ทุกอย่างมันผิด มันไม่ยุติธรรม! มันไม่จริง มันไม่สมควรจะเกิดขึ้น! แล้วทำไมคนบางคนเกิดมาแล้วมีทุกอย่าง แต่บางคนแทบจะไม่มีอะไรเหลือเลย ทำไมบางคน สวมใส่รองเท้าที่ประดับดั่งทอง แต่ในทางกลับกันคนบางคนเดินเท้าเปล่า พวกเขาไม่รู้ ว่าวันนี้พวกเขาหาอะไรให้ลูกกิน แม้ว่าพวกเขา “ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต” แล้วทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ หลังจาก พวกเราทุกคน เป็นเสมือนพี่ชายน้องชายพวกเราเท่าเทียมใช่ไหมล่ะแล้วทำไมล่ะ ทำไมเราถึงไม่เท่าเทียมกันจริงๆ ก็เพราะว่า โลกใบนี้มีแต่ การหลอกลวง การหลอกลวงครั้งใหญ่ที่ไม่จบไม่สิ้น คุณไม่ควรที่จะเชื่อทุกอย่าง ที่มีการนำเสนอในทีวี โดยที่มีผู้คนที่แต่งตัวดูดี คนทุกคนไม่มีความเท่าเทียม แล้วตัวเงินก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาชี้วัดถึงแรงงาน คำสอนเหล่านี้ช่างเป็นคำสอนที่ไร้เดียงสาและเป็นเรื่องโกหกที่น่าละอาย โกหก โกหก โกหก แล้วโกหกอีกครั้ง มันเป็นเหมือนกับเส้นก๋วยเตี๋ยว ที่แขวนอยู่ที่หูของคุณ แล้วทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้นล่ะ มันก็แค่ง่ายที่จะจัดการผู้คนนั้นเอง

เพื่อให้คุณมีอำนาจในขณะนี้ (หรือแม้กระทั่งรองผู้อำนวยการธรรมดา ๆไม่มีค่าอะไร!) คุณเท่าเทียมกับคนอื่นๆหรือยัง ? ที่ตรงไหน? คุณอาศัยไม่เหมือนใคร กินอาหารไม่เหมือนใครและอื่นๆในทางที่แตกต่างกัน ในวันหนึ่งเขาใช้เวลามากกว่าที่คุณใช้จ่ายในปี! ภรรยาของเขายังไม่ได้ออกมาจากบ้านพักตากอากาศที่สวิสเซอแลนด์ และภรรยาของคุณอยู่อย่างไร? .. เขาได้รับการรักษาในคลินิกสวิสที่ดีที่สุด แล้วคุณล่ะ? ลูกๆของเขาและของคุณ.. คุณเคยเปรียบเทียบหรือไม่? แล้วคำว่า "ความเสมอภาค" อยู่ที่ไหนกัน?

บางทีคุณมีความเท่าเทียมกันที่สิทธิ? โอ้ ผมลืมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ตามที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญของเราใช่ไหม (จะว่าไปก็มีอะไรมากมายถูกเขียนตามรั้วบ้านเต็มๆไปหมด ไพเพราะและฉลาดแหลมคม คุณควรจะหาเวลาอ่านมันเสียน่ะ เพราะคุณอาจได้แรงบรรดาลใจจากสิ่งเหล่านี้ก็เป็นได้:-)) และ"เท่ากับ"แบบไหนล่ะ สิทธิที่เราทำมีกับผู้มีอำนาจหรือนายธนาคารหรือเปล่า? ฉันสงสัยจัง!
สิทธิในการทำงานอย่างไร? เรามีสิทธิในบ้านเมืองของเรา ไม่มีคนเถียงหรอกโอกาสที่เหมาะสมในประเทศของเรา ไม่มีใครระบุ ทำงานหนักเพื่อประโยชน์ของ ... คุณทำงานอย่างหนักที่โรงงานและเขา ... เป็นพวกเขากล่าว Cuumcuique โดยให้แต่ละคนของเขาเอง

สิทธิในการเลือกตั้งและสิทธิ์ในการลงสมัครเลือกตั้ง? อืมม...ใช่สิ คุณมีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง แน่นอนที่สุด เพียงแค่โหวต! (ไม่ว่าจะมีคนมาโหวตสักกี่คน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตอนที่ผลโหวตถูกนับ :-)) การมี”สิทธิ์ในการลงสมัครเลือกตั้ง”? คุณคงจะได้ลงสมัครเลือกตั้งที่ไหนหรอ? คุณมีกำลังเงินที่จะลงสมัครใช่ไหมล่ะ คุณคงต้องมีเงินถุงเงินถังที่จัดตั้งพรรคการเมืองแน่ๆเลย? ไม่หรอ? หายใจเข้าลึกๆแล้วลองผ่อนคลายดูซิ ดึงสติกลับมาอยู่ที่โรงงานของคุณแล้วเริ่มทำงานนักหนักอีกครั้งดีไหม อาชีพแสนสบายนไม่ได้มีไว้สำหรับคุณหรอก มันมีไว้สำหรับ คนอื่นที่มีความเสมอภาคมากกว่าคุณต่างหาก:-))

มีอะไรอีกน้า? .. แต่มันคงไม่ได้เป็นสำคัญอะไรมากหรอก เพราะมันไร้สาระที่จะสาวความยาวอีกต่อไป ผมหวังว่าทุกอย่างที่ผมพูดไปจะชัดเจนดี "สิทธิที่เท่าเทียม" ประเภทไหนกันที่มีคุณทั้งสองมีได้และมีผู้ที่มีความเท่าเทียมกันมากกว่าคุณ

มันเป็นเรื่องของความเสมอภาคและภราดรภาพสากล มันเป็นความคิดว่าผมคิดว่า ตอนนี้เราย้ายไปพูดเรื่องเงิน เราจะไม่พูดคุยเกี่ยวกับ "ตัวชี้วัดของการใช้แรงงาน" เรื่องพวกนี้เป็นนิทานสำหรับคนโง่ เงินไม่ใช่"ตัวชี้วัดของการใช้แรงงาน" ใดๆ (มิฉะนั้นคุณจะมีชีวิตอยู่เหมือนพระเจ้า หรือบางทีคุณอาจไม่ทำงานมากเกินไป? ก็ไม่รู้สิน่ะ:-)) แต่ว่าเงินคืออะไรกันล่ะ?เป็น กุญแจมือ โซ่ตรวน โซ่แสนทนทานและโซ่ที่ไม่มีทางแทำลายทิ้งได้ มีไว้ล่ามทาสที่ใช้งานได้ทนทานกว่าเหล็กใดๆ แล้วใครคือทาสในศตวรรษที่ 21กันละ? คุณถามฉันว่าทาสอะไร?! .. คุณและฉัน! พวกเราทุกคน! คุณ ฉัน เขา เธอ ...พวกเราทั้งหมด! เราทั้งหมดเป็นทาส ทาสของเงิน และที่แน่ๆกเราเป็นทาสของผู้ที่พิมพ์เงิน เราเป็นทาสของนายทาส

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ศตวรรษบนโลกใบนี้ โอ๊ะโอ เรามีชีวิตห่างระบบทาสมานานมาก .. เพียงภายนอกทุกอย่างกลับกลายเป็นดีมากขึ้นละเอียดอ่อนมากขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น ห่วงคล้องของเราจะไม่ได้หนักและสนิมขึ้นอีกต่อไป และมันยังมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและน้ำหนักเบากว่าเดิม คุณสามารถไปทุกที่ที่คุณต้องการ คุณสามารถทำสิ่งที่คุณต้องการ คุณมีอิสระ!

จริงๆแล้วโซ่นั้นก็ยังมีอยู่และ แม่งเอ้ย คุณไม่ได้มีอิสระเลยนะ“อิสระ” ก็เป็นเพียงแค่สิ่งลวงตาเท่านั้นแหละ เงิน! ต่างหากคือจุดสำคัญ! คุณจะไปที่ไหนได้โดยปราศจากเงิน ตอนนี้มันไม่ใช่ยุคหินแล้วนะ ทุกวันนี้คุณไม่สามารถอยู่ในถ้ำ คุณไม่สามารถสวมใส่ชุดขนสัตว์และคุณไม่สามารถล่าแมมมอธได้อีกต่อไป (แล้วคุณจะไปหาแมมมอธที่ไหนกันล่ะ) คุณต้องการบ้าน เสื้อผ้า อาหาร และทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นก็เกี่ยวข้องกับเงิน เงินและก็เงิน...เงิน! จนแล้วจนรอดทุกอย่างรอบตัวของเราเกี่ยวข้องกับเงิน คุณไม่สามารถจะออกไปไหน โดยที่ปราศจากเงิน แล้วเราจะหาเงินได้อย่างไรล่ะ? ถูกต้อง คุณได้รับเงิน คุณได้ยินไหม? เสียงกระทบกันของโซ่ เสียงหวดแส้และเสียงตะโกนของผู้คุม?

คุณเคยคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรมหรือไม่ที่จะขายตัว?การขายพละกำลัง มันสมองและเวลาก็เหมือนกับการค้าประเวณีอีกชนิดหนึ่ง... ไม่เห็นมีข้อแตกต่างจากการขายของร่างกายของคุณแต่อย่างใด? ใช่ คุณอาจจะคัดค้านว่าคนทุกคนเกิดมาก็ต้องทำงาน ถ้าทุกคนจะหยุดการทำงาน แล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? เราจะย้ายไปยังถ้ำอีกครั้งและจะสวมชุดหนังสัตว์ใช่หรือเปล่า?

ถูกต้องที่สุด ทุกอย่างถูกต้อง มันเป็นที่เป็นเหตุผลดี ทั้งตรรกะและเข้าใจง่ายเหมือนท่อง ABC! (แม้ฉันยังเข้าใจ. :-)) นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังพูดถึง! ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอยู่เลยตลอดในช่วงหลายศตวรรษบนโลก และคำโต้เถียง"ที่น่าเชื่อ"เหล่านี้ สามารถได้ยินได้ทั่วไปในสังคมทาส ผู้เป็นนายทาสพยายามที่จะทำให้พวกทาสที่ดื้อด้านเข้าใจหรือพวกทาสที่ไม่ได้ต้องการที่จะทำงานหนักให้พวกเขา นั่นแหละทำไมพวกเจ้าต้องทำงาน(เจ้าทาสโง่ :-)!) และต่อมาไม่นานในประวัติศาสตร์ครั้งเจ้านายบอกข้าทาสของพวกเขาว่า "ในที่สุดหากทุกคนหยุดการทำงาน ทั้งงานไถหว่านและเก็บเกี่ยว แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่ะ?! สังคมของเรา จะล่มสลาย! และเราจะตายจากความหิวเราจะต้องแย่แน่ๆเลย! "

ใช่ การทำงานเป็นสิ่งที่จำ เพื่อประโยชน์ต่อสังคม มิฉะนั้นสังคมจะลดต่ำลงและตายในที่สุด ก่อนอื่นเราต้องทำงานด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่เพื่อแลกกับอาหารและไม่เพียเพื่อความอยู่รอด แต่ที่เราต้องทำในสิ่งที่เราอยากจะทำต่างหาก!

และประการที่สอง เมื่อการทำงานเป็นสิ่งที่จำเป็น- การทำงานจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน เพราะทุกคนๆมีค่าเท่ากันถูกต้องไหมล่ะ? ดังนั้นทุกคนก็ต้องทำงาน สถานการณ์ก็คือเมื่อบางคนได้รับเงิน (ในเหมืองที่โรงงานที่มีแต่เหงื่อเค็มๆและคลาบเลือด!) ในขณะที่คนอื่นเพียงแค่พิมพ์มันออกมา (นั่งจิบวิสกี้หรือบรั่นดีราคาแพง) เป็นความผิดปกติ สถานการณ์ดังกล่าวเป็นที่ยอมรับไม่ได้ในหลักการและไม่มี "คำอธิบาย" และข้อแก้ตัวให้กับกิจการของรัฐนี้ แน่นอน!

เงินเป็นเพียงกระดาษห่อลูกอม พวกเขาจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากสิ่งที่มีตัวตนและตามที่เงินจะถูกวาดขึ้นเพียง (ขออภัยถูกพิมพ์. :-)) และแล้วห่อลูกอมเหล่านี้ถูกกระจายในหมู่ทาสเป็นโดยใช้คำว่า "ค่าแรง" เมื่อทาสจะได้รับกระดาษห่อลูกอมแบบพิเศษ ก็หมายความว่าเงินเดือนของพวกเขาจะปรับเพิ่มขึ้น :-)) และพวกเขามีความสุข คุณตกใจหรือเปล่า? อนิจจา นี่แหละชีวิต ความเป็นจริงมั้นช่างขมขื่น

วิธีการเงินของโลกเป็นอย่างไร? ลองนึกถึงปิรามิด The Fed หรือ ระบบธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ด้านบนสุด The Fed เป็นผู้พิมพ์เงินดอลล่าร์ เท่าไรนะหรอ? มากที่สุดเท่าที่มันต้องการ! แน่นอนว่า Fed ยึดกฎระเบียบภายในของตเองและระเบียบบ้าง มันพยายามยกตัวอย่างข้อแก้ตัวต่างนานา เช่นไม่ได้จะพิมพ์ดอลลาร์มากเกินไปที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการลดค่าเงินที่สมบูรณ์ของสกุลเงิน ฯลฯ ฯลฯ แต่ในหลักการของ Fed สามารถพิมพ์ดอลลาร์มากที่สุดเท่าที่มันต้องการ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ภายนอกอย่าง แน่นอน! ระบบธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแนวทางเท่านั้นโดยเหตุผลของมันก็คือการเอารัดเอาเปรียบ

พวกที่อยู่ระดับล่างในปิรามิดโลกนี้ก็คือธนาคารกลางของแต่ละประเทศทั่วโลก; ธนาคารแห่งชาติในประเทศก็อยู่ในระดับต่ำลงไปอีก แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ดูเรียบง่าย แต่ทุกๆสิ่งมักจะสอดคล้องกับความเป็นจริงเสมอและสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมว่า ทำไมเราต้องธนาคาร? พูดเปรยๆก็คือ ธนาคารมีบทบาทเป็นเหมือนหลอดเลือดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสังคม ผ่านเส้นเลือดเหล่านี้ นั่นก็คือเงิน (เลือด) จากหัวใจ (ธนาคารกลาง) เข้าสู่อวัยวะทั้งหมด เงิน(เลือด) ไหลผ่านอวัยวะเหล่านี้ มันนำชีวิตให้กับพวกเขา!.. (ฉันไม่ได้มโนเขียนขึ้นเองน่ะ แต่ คุณสามารถค้นหาข้อมูลในตำราเศรษฐศาสตร์ได้แทบทุกเล่ม:-))

แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเงินดอลลาร์มันอยู่ที่ไหน? และมันความสัมพันธ์ดังกล่าวมอบหมายธนาคารกลางสหรัฐฯตราหน้าให้เราเป็นคนบาปหรือเปล่า? ผมจะพูดแบบขวานผ่าซาก!ว่าความสัมพันธ์ของเรา ก็คือ ดอลลาห์นับว่าเป็นสกุลเงินของโลกก็ว่าได้(ไม่รู้หรอกหรอ? :-)) สมมติว่าธนาคารกลางรัสเซีย ("นกน้อยแสนเย่อหยิ่ง" :-)) จะไม่สามารถพิมพ์รูเบิลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารกลางสหรัฐฯ!ทันทีที่รัสเซียส่งน้ำมันและก๊าซไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นมูลค่ากว่าพันล้านดอลลาร์ (ใส่เศษกระดาษที่มีหน้าของประธานาธิบดีอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่แบบสี!) หลังจากนั้นธนาคารกลางของรัสเซียจะได้รับอนุญาตในการพิมพ์รูเบิลในจำนวนพันล้านดอลลาร์อย่างผู้บริสุทธิ์ นี้เป็นเพียงหนทางเดียว มิฉะนั้นรัสเซียจะถูกไล่ออกจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและในทั่วไป, เงินรูเบิลจะไม่ได้อย่างอิสระแปลงสกุลเงิน แต่ปล่อยให้มันเป็น นี้เป็นหัวข้อสำหรับการสนทนาอื่น ตรวจสอบเว็บไซต์ของฉันสำหรับในภายหลังว่า :-)) ไม่เพิ่งฟุ้งซ่าน ขอกลับมาที่ปิรามิด

ดีมาก โอค "เอ๊า!..เส้นเลือดสูบฉีด .. " - ทั้งหมดมันดีแน่นอนแต่คำถามหลักก็คือ: ทำไมนายธนาคารจึงมีชีวิตที่ดีกว่าคนงาน? เรายังคงหาคำตอบไม่ได้! แล้วไงล่ะทีนี้ เขาก็ยังเป็นเส้นเลือดอยู่ใช่ไหม? เราควรจะแถมโบนัสเงินสดหรือบัตรกำนัลสำหรับไดเอ็ทมื้อใหม่ดีไหมล่ะ? ผมขอยกตัวอย่างเช่นสร้างบ้านหรือการอบขนมปัง มันก็สำคัญมากเหมือนกันน่ะ เขาทำงานหนักกว่าผมหรือไม่?แล้วทำไมเขายังมีชีวิตที่ดีกว่าผมล่ะ?

และกับคำถามเล็ก ๆ อีกหนึ่งคำถามหนึ่ง ฉันได้ทำงานมานานและทำงานเหมือนคนบ้าเพื่อประโยชน์ของประชาชนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่อย่างไรก็ตามผมไม่สามารถจ่ายค่าสินเชื่อ เพื่อนๆ ทุกคนก็ตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติหรอ? เห็นได้ชัดกับความไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม! การเป็นทาสบัตรเครดิตจนตัวตาย แต่ฉันเป็นหนี้ใครกันล่ะ? ฉันเป็นหนี้กับธนาคาร ให้กับเจ้าหลอดเลือดเหล่านี้ที่สูบฉีดสังคม! ไอ้พวกสวะ! ผมไม่ต้องการไอ้พวกเห็บสูบเลือดพันธ์นี้! โดยสรุปก็คือพวกมันหลอกเรา เหมือนอย่างเคยธนาคารใช้ประโยชน์จากความจริงที่ว่าเรา ทุกคนทำงานหนักและทำให้ไม่มีเวลาที่จะคิดถึงกลโกงทั้งหมดเพราะพวกเราต้องทำหากิน เพื่อจะได้เลี้ยงครอบครัวนั่นเอง และนั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เช่นนี้และนั่งทำนาบนลังของเรา ไอ้สันดาน! ดังนั้นไม่ต้องบอกฉันเรื่อง "เส้นเลือด"!.. เรารู้เหล่านี้ "เส้นเลือด"! เอาปืนให้ฉันแล้วฉันจะ ......... !!!

ทำใจร่มๆไว้! ผ่อนคลายหน่อยสิ มาลองร่วมกันคิด โอเคไหม? ทำใจให้สงบช้าๆ แต่ผมเตือนว่าคุณต้องเครียดจนสมองแทบระเบิด มันไม่ใช่เรื่องง่ายรู้สึกผ่อนคลายภายไม่กี่นาที สิ่งเหล่านั้นถูกโยงใยจนยุ่งในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านผ่านจิตใจทอันซับซ้อนของมนุษย์ แต่เราจะพยายาม อย่างน้อยเราก็จะแสดงสิ่งที่มองเห็นได้ บางอย่างจากชีวิตของธนาคารที่ทันสมัย เราจะแสดงให้เห็นตัวอย่างที่สดๆ เพื่อที่จะให้มันบอกเรื่อง และคุณอาจรู้สึกสนุกขึ้น :-))

ดังนั้นจินตนาการข้อมูลต่อไปนี้ ที่เรื่องราวก็เกิดขึ้นปกติดีและดูมือของฉัน!

เอาเป็นมามี นิคและเจน และก็มีนายสมิธผู้เป็นนายธนาคารของนิคและเจน เขาทั้งสองเก็บเงินในธนาคารของนายสมิธ(ก็ผมใช้คำนำหน้าว่านาย นายสมิธ ด้วยความเคารพ):-)) นิคต้องการซื้อ...เอาเป็นเขาอยากซื้อจักรยานของเจน แต่เขาไม่มีเงินเลย แต่พูดตามจริงคือเขามีเงินอยู่ $10 แต่ไม่พอกับค่าจักรยานที่เขาอยากได้ นั่นก็คือ $100 และปัญหาก็เกิดขึ้น!

แล้วนิคควรทำอย่างไรดี? (แต่เขาอยากได้จักรยานคันนั้นใจจะขาดนี่นา!) :-)) เขาให้เงินเจนค่าจักรยานโดยมัดจำไว้ $10 และอ้อนวอนว่าอย่าเพิ่งขายจักรยานให้คนอื่น เพราะเขาจะไปเอาเงินที่ค้างมาให้เร็วๆนี้ ในเวลาเดียวเขารีบวิ่งไปที่ธนาคาร เพื่อขอพบนายสมิธเพื่อขอกู้เงินจำนวน $90ที่ขาดไป โชคไม่ดีนักเพราะนายสมิธก็ไม่มีเงินตอนนี้ แต่นายสมิธดันรู้ว่านิคได้ให้เงินเจนไปแล้ว $10 ใช่เลย เจนจะต้องนำเงิน $10 นี้มาฝากที่ธนาคารของเขาเป็นแน่ ดังนั้นนายสมิธจึงบอกนิคให้มาใหม่ในวันรุ่งขึ้น และหวังว่าพรุ่งนี้เขาจะได้เงินจำนวน $10

และแทบทุกอย่างเกิดขึ้นคล้ายๆแบบนี้ ในวันถัดไปเจนนำเงิน $10 มาฝากที่ธนาคาร และธนาคารก็ให้เงินนิคจำนวน $10 นิคก็นำเงินไปให้เจน และเจนก็กลับนำเงินมาฝากที่ธนาคารอีกครั้ง จากนั้นธนาคารก็เอาเงินให้นิคอีกรอบ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตราบใดที่เจ้าโง่นิครวบรวมเงินพอเพื่อซื้อจักรยานได้

คุณตามทันหรือเปล่า? ใจเย็นๆน่ะ! ผมกำลังจะบอกคุณถึงเรื่องของเจ้าปีศาจร้ายตนนี้ที่คอยทำให้คนสับสนมากว่าพันปี ก็ไอ้เหล่านักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินสันดานเสียพวกนี้! ไม่ต้องห่วงพวกเราจะช่วยคิดทุหาทางออก! :-))

แล้วตอนสุดท้ายของนิทานจบแบบไหนล่ะ? นิคก็จะได้เป็นเจ้าของจักรยานคันนั้นจากเจน (ว้าว! :-)), แต่ในเวลาเดียวกันนิคก็เป็นหนี้ให้กับธนาคารจำนวน $90 (นายสมิธ) และก็ถึงตาธนาคารติดเงินเจนเป็นจำนวน $100

พูดอีกอย่างนึงก็คือ เจ้าเงิน $10 นั้นที่ตอนแรกเป็นแค่เงินต้า ได้ถูกร่ายเวตมนต์จนกลาย $200 ($190ของหนี้และบวกอีก $10)

แต่จำนวนเงินเพียง $10 ก็สามารถกลายเป็นเงินจำนวนหลายพันดอลลาห์ อย่าว่าแต่ล้าน มันสามารถกลายเป็นหมื่นล้านได้สบาย! หากนิคอยากซื้อของที่มีมูลค่ามากกว่านั้นละก็ แต่ในก็กรณีตัวอย่างนี้เงิน $10 ของเรา สามารถเพิ่มจำนวนในตัวของมันเองเพียงแค่ผ่านมือคนต่างกันไป เพียงเท่านี้ :-))

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน!? แย่แล้ว! กลายเป็นว่าปรากฏว่าธนาคารยังผลิตเงินออกมาจากอากาศและทำให้มันมีมูลค่าทวีคูณขึ้น !!! ไม่เพียงแค่ธนาคารกลางของสหรัฐฯผลิตเงิน แต่ธนาคารก็ทำเช่นเดียวกัน (สรุปง่ายๆก็คือ ใครๆก็ผลิตเงินได้ทั้งนั้น แต่ยกเว้นคุณกับผม ก็เพราะพวกเราไม่ได้มีส่วนร่วมในวงการธุรกิจที่แสนภิรมณ์นั่นเอง ใจจริงผมอยากจะพิมพ์หรือไม่ก็วาดเงินบางส่วนออกมาบ้างเหมือนกัน :-)) แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธนาคารได้สร้างมูลค่าให้กับเงินโดยที่ไม่มีการควบคุม! และเราก็ยังคงสงสัยว่าทำไมนายธนาคารถึงมีชีวิตที่ดีกว่า พวกเราช่างโง่เหลือเกิน! ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าทำไม คนที่สร้างเงินเองได้ ถึงได้มีชีวิตที่ดีกว่า! :-))

แต่นี่ยังไม่พอ! นับตั้งแต่ตอนนี้นิคผู้น่าสงสารจะไม่มีทางจ่ายเงินที่ค้างชำระกับธนาคารได้! ไม่ว่าเขาจะพยายามทำงานหนักสักแค่ไหนก็ตาม เจ้าโง่นิคก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นหนึ่งในทาสบัตรเครดิตของธนาคารไปเรียบร้อยแล้ว และตลอดกาล เพราะเจ้าเงินจำนวน $90 ที่เขาได้เป็นนี้กับนายสมิธ ไม่ได้มีอยู่จริงๆ นายสมิธเจ้าเล่ห์ได้ทำเงินนี้ออกมาจากอากาศ! แค่คลิกเดียว! เงินจำนวน $10 ก็กลายเป็น $200

ใช่ แต่คุณก็ยังค้านด้วยเหตุผลที่ว่า ธนาคารก็เป็นหนี้ $100 กับเจน และปรากฎธนาคารก็เป็นทาสบัตรเครดิตของเจนอีกด้วยและธนาคารก็จะไม่สามารถชำระหนี้ที่ค้างชำระให้กับเจนได้เหมือนกันนะสิ แล้วกำไรของธนาคารอยู่ที่ไหนละ? เคล็ดลับของมันอยู่ตรงไหน?

อาฮ่า! ตอนนี้คุณถามถึงเคล็ดลับ! เคล็ดลับก็คือ ธนาคารยังมีคนที่เอาเงินมาให้เช่นเจน นับพันล้านและคนพวกนี้จะไม่มาเบิกเงินของพวกเขาทั้งหมดในครั้งเดียว หากหนึ่งในเจนมาที่ธนาคารจะเอาเงินของคนที่ได้ฝากเงินนับสิบรายท่านอื่นให้แทน ซึ่งก็หมายความว่าหนี้ของธนาคารนั้นไม่เข้าข่ายอันตรายและก็ไม่ได้เป็นภาระแต่อย่างใก ในความเป็นจริงหนี้ของธนาคารเป็นแบบเสมือนเท่านั้น เพราะมันมีอยู่เพียงในกระดาษหรือในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เท่านั้น มันจะไม่ได้รับการชำระคืนในความเป็นจริง แต่เฉพาะในกรณีของความหวาดกลัวมากๆ และจู่ ๆ ผู้ฝากเงินเกิดหวาดกลัวแล้วก็ต้องเงินของพวกเขาคืนทั้งหมดในครั้งเดียว! หรือบางทีคุณอาจจะไม่รู้ว่ามีเหตุผลอื่น ๆ ว่าทำไมธนาคารเจ๊งได้ในบางครั้ง? นั่นก็เพราะเนื่องมาจากธนาคารมีเงินไม่พอสำหรับผู้ฝากเงินทุกคน! 90% ของอากาศบางในห้องใต้ดินของธนาคารเป็น เพียงแค่หมอกสีม่วงหม่นเท่านั้นล่ะ :-))

ดังธนาคารก็ไม่มีปัญหาที่ต้องกังวลอีกต่อไปและมีกิจการที่รุ่งเรืองและกำไรที่หอมหวาน แต่นิคกลับมีปัญหาที่ค่อนข้างเอาเรื่อง เขาต้องจ่ายเงินหนี้ที่ค้างไว้กับธนาคาร! ซึ่งเขาปฏิเสธไม่ได้! ทั้งดอกเบี้ยและมีบทลงโทษหากเขาไม่จ่าย คุณก็รู้นี่ว่าเขาถูกบังคับให้กุ้ใหม่เพื่อที่จะชำระหนี้เดิม และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย...เรื่อย...ไม่จบ...ไม่สิ้น จนเขาแก่ตาย! และไม่มีทางที่เขาจะแก้ปมของเงินกู้ได้สำเร็จ ซึ่งมันไม่ได้มีอยู่จริงตามหลักการ! มันก็แค่นั้น! ปั๊กเสียงกับดักกระแทกเหยื่อ ตอนนี้นิคกลายเป็นลูกหนี้ของธนาคารโดยถอนอตัวไม่ขึ้น เขาเป็นทาสที่ต่อจากนี้ไปต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อธนาคาร...จนกว่าชีวาวาย แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่มีทางชำระหนี้ครบ ต่อจากการตายของเขา ลูกๆและหลานๆของเขาก็ต้องทำงานให้กับธนาคารเช่นเดียวกันนี้ พวกเขาก็คือทาสในอนาคตของธนาคารแห่งเดิม ในความเป็นจริง พวกเขาเป็นทาสของระบบการเงินมหึมานี้และหมุนวงล้อสุดเหี้ยมของมันไปทั่วโลก ซึ่งวงรจอุบาทนี้จะต้องถูกทำลายในที่สุด

จุดจบทางการเงิน! จะสามารถทำลายโซ่ทางการเงินของเราทุกคนและสามารถช่วยเราทั้งหมดได้ และเราก็จะถูกปลดปล่อยออกศตวรรษของการเป็นทาส สิ่งเก่าๆจะถูกเผาอย่างสมบูรณ์จนเหลือแค่สิ่งบริสุทธิ์ด้วยเปลวของการทำลายล้างทางการเงินและใหม่จะได้รับการจัดตั้งขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐจะถูกเผาไหม้และลมของการเปลี่ยนแปลงจะปัดเป่าขี้เถ้าของเจ้าหนวดปลาหมึกและเจ้าแมงมุมที่คอยชักใยการเงินอยู่ทั่วโลก; ธนาคารในรูปแบบปัจจุบันของพวกเขาจะถูกรื้อถอนออกไป พวกเขาไม่ได้ "ล่อเลี้ยง" อะไรทั้งนั้น อย่าไปเชื่อเรื่องโกหกพวกนี้! พวกเขานำความตายมาสู่สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย พวกเขาดูดเลือดของเรา ธนาคารคือปรสิตในร่างกายดีๆของสังคม พวกไรดูดเลือดของเรา พวกเขาเป็นปลิงโลภและไม่รู้จักพอที่เกาะติดกับเรา จริงๆแล้วพวกเขามีประโยชน์ตรงไหนล่ะ? นอกจากที่พวกเขาให้เงินกู้ยืมพร้อมดอกเบี้ยมหาโหด?

แล้วจริงๆแล้วทำไมธนาคารถึงเรียกเก็บดอกเบี้ยพร้อมกับเงินกู้ยืมล่ะ?คุณเคยคิดถึงมันบ้างไหม? ผลประโยชน์มักจะถูกประณามและดูถูกตลอดและในหมู่ชนทุกชาติ และตอนนี้ก็เป็นบรรทัดฐาน ผู้ประกอบการได้รับเงินกู้ธนาคาร สำหรับสิ่งที่พวกเขาคิดดอกเบี้ยกับเขา? เขาต้องการที่จะสร้างสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับสังคมรวมของธนาคาร เขาได้รับการสนับสนุนและสิทธิพิเศษสำหรับแทนการลอกหนังสามตลบ

ธนาคารไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการนั้นอีกต่อไป ผลประโยชน์ของสังคมไม่สำคัญกับเขาอีกต่อไปแล้ว ธนาคารจะดูแลเพียงผลกำไรและผลประโยชน์ทางการเงินของตัวเอง และพวกเขาไม่สนใจเกี่ยวกับคนทั่วไป ธนาคารในวันนี้มีแต่คนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของธนาคารสำรองสหรัฐ; พวกเขาจะเป็นตัวดูดเลือดแสนโลภและมักมากเหมือนแวมไพร์ในการให้บริการของปีศาจและความชั่วร้าย, แดรกคิวลาสมัยใหม่ ที่ทำให้ทั้งโลกจมลงสู่ความเป็นทาสทางการเงิน จากนั้นมันก็ดูดเลือดของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันจะดูดเลือดของลูกหลานของเรา ถ้าเราไม่หยุดและทำลายมัน ด้วยค้อนสัดส่วนการถือหุ้นแอสเพนทุกธนาคาร! และอย่าลืมกระสุนเงิน! ทำลาย! ทำลายทางการเงินเท่านั้น! เราไม่มีทางเลือกอื่น ๆ เราไม่ใช่ทาส เราเป็นคน และเรามีอิสระในการเลือก!

และเสรีภาพนี้มารออยู่แล้วธรณีประตู เมื่อมีการถือกำเนิดของ MMM เพื่อทำลายจุดจบของทางการเงิน! จากนี้ไปจะเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น เพราะเมล็ดที่ได้รับการหว่าน และก็จะแตกหน่อ คือ และตอนนี้ก็แตกหน่อ แล้ว เดี๋ยวนี้ขณะนี้! และมันจะไม่มีทางสูญสลาย

MMM คืออะไร?

ช่วยเหลือสังคมร่วมกันทั่วโลก, ธนาคารเพื่อประชากรโลก, เครือข่ายทางสังคมทางการเงิน - คุณสามารถเรียกชื่อตามที่คุณต้องการ! ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ชื่อ ประเด็นอยู่ที่มันเป็นเครือข่ายทางการสมัครใจของผู้คนนับล้านทั่วโลกที่ลุกขึ้นต่อต้านการเป็นทาสทางการเงิน พวกเขาตัดสินใจที่จะประกาศสงครามกับธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารอื่น ๆ และเราจะชนะในสงครามครั้งนี้! เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้พวกเขารวมเงินของพวกเขาเข้าด้วยกัน และมันไม่สำคัญว่าการแยกออมของพวกเขาจะไม่มากมาย แต่มีว่าผู้คนมากมายใน MMM นับล้าน ๆคนและร่วมกันเป็นพลังอันยิ่งใหญ่! อยู่ยงคงกระพัน! และพลังนี้จะเพิ่มขึ้นทุกวัน

แล้วทำไมถึงมีการกำเนิดขึ้นของธนาคาร? จากพวกมีอำนาจและมหาเศรษฐีใช่ไหม? ไม่ใช่ ธนาคารเกิดขึ้นเพื่อคนสามัญทั่วไปที่ต้องการเก็บเงินเล็กๆน้อยๆของเขาไว้ที่ธนาคาร MMM จะเปิดผ้าปิดตาของคุณเพื่อให้เห็นธาตุแท้ของธนาคารทั้งหลาย ทำไมคนถึงฝากเงินไว้ที่ธนาคารอยู่ นั่นก็เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่น ธนาคารเป็นการผูกขาดทางการเงิน:แล้วจะให้คนไปเอาจากที่ไหนล่ะ? (เช่นเดียวกับเจนไปหาสมิธ) ไม่ใช่ธนาคารนี้ ก็เป็นธนาคารหน้า (ไม่ใช่นายสมิธแต่อาจเป็นนายธนาคารคนอื่น เขาอาจจะชื่อจอห์นสัน แต่ยังไงก็แล้วแต่มันก็เข้าอีหรอบเดิม) พวกเขาทำหน้าที่เหมือนกันแม้ว่าพวกเขาจะละอาย เพราะพวกเขาเคยเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ถูกเลี้ยงด้วยแม่แมงมุมขึ้ใจร้อนชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐนั่นเอง พวกเขาเป็นแมงมุมตัวเล็กๆ

MMM เป็นถือว่ามีความปลอดภัยสูงพอสมควร เป็นที่ๆทุกคนนำเงินของพวกเขามาใส่และพวกเขาก็เบิกออกไปเท่าที่พวกเขาต้องการ เท่าที่พวกเขาต้องการในขณะนี้ พวกเขาจะไม่ยึดเอาไว้ แต่พวกเขาเพียงแค่ใช้เท่านั้น!

อันที่จริงมนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีเงินจำนวนมาก เงินสิ่งสำคัญเพียงแค่พวกเขารับรู้ว่าพวกเขามีมันอยู่ สิ่งเดียวที่จำเป็นจริงๆสำหรับทุกคนก็คือการมีความเชื่อมั่นในอนาคต MMM เพียงแค่ให้ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ซึ่งจะให้ความรู้สึกของความคิดที่ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว! และคุณจะได้รับความช่วยเหลือเสมอในเวลาที่ยากลำบาก คุณจะไม่ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง MMM เป็นสังคมใหม่ สดใสและสะอาด และยังเป็นส่วนหนึ่งของโลกใหม่ ที่ทุกอย่างจะแตกต่างจากเดิม มีความสุจริตและยุติธรรม จะไม่มีทาสและนายทาส ทุกคนจะทำงานเพื่อความสุขและผลประโยชน์ของสังคม ที่ที่ความดีจะเอาชนะความชั่วร้ายในที่สุด ทุกอย่างจะอยู่บโลกใหม่ใบนั้น แน่นอนที่สุด!

ขอต้อนรับคุณเข้าสู่ระบบ MMM!

เรากำลังตั้งตารอคุณอยู่! เราสามารถทำอะไรได้มากมาย! เราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้! และเราจะทำมันให้ได้ ทุกอย่างจะเป็น MMM! คติการทางการเงินเป็นที่หลีกเลี่ยงได้!

ปล.ข่าวนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปหลังจากมีบทความฉบับนี้: โอบาม่าปฏิเสธที่จะสร้างเงินจำนวนล้านล้าน แล้วไง? ยังมีคนเชื่อเขาอีกหรือเปล่า หลังจากเรื่องที่ว่าเงินเป็นตัวชี้วัดของการใช้แรงงานนั่นนะหรือ? :-)) ไม่นับพวกคนบางกลุ่มที่ทั้งเซ่อซ่ามีจินตนาการไร้เดียงสาถึงกระบวนการของการสร้างเงินเป็นแบบของชาวคริสต์: ถ้าคุณได้สร้างค่าให้วัตถุ สมมติว่าคุณได้ทำสกรู ก็หมายความว่าค่าเงินดอลลาร์เกิดบางแห่งบนโลก คนโง่อีกคนได้เกิดที่ไหนสักที่บนโลก :-)) ใช่! "ดอลล่าคลอดออกมา" อย่าทำให้ฉันหัวเราะ! พวกเขาเอาชิ้นส่วนของโลหะและเหรียญจำนวน "ล้านล้าน" งั้นก็แปลว่า? มีสกรูจำนวนล้านล้านอันเกิดใช่ไหม? :-)) นั่นคือสิ่งที่ฉันพูดถึงมาตลอด มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เมื่อคนบางคนแทบจะหาเงินไม่ได้ แต่ในทางกลับกันอีกคนเพียงแค่สร้างเงินขึ้นมา โลกของเราช่างไม่มีความยุติธรรมธรรม บทสุดท้ายของโลกการเงิน! นี่เป็นหนทางเดียวเท่านั้น! เราไม่เหลือทางเลือกอื่นอีกแล้ว !